มี 10 บทกลอน
กลอนที่ 1
……………….
อาลัยแม่มานี วงศ์หนองแซง
เราสร้างฝัน ร่วมกัน เอาไว้ว่า
จะร่วมหา สินทรัพย์ สร้างหลักฐาน
จะมีลูก สองคน หลังแต่งงาน
ร่วมกันสาน ถักทอ ไม่ง้อใคร
มีความสุข ตามประสา พ่อแม่ลูก
ร่วมสุขทุกข์ ด้วยกัน ไม่หวั่นไหว
เคยสัญญา ต่อกัน ว่าอย่างไร
จะยึดมั่น ตลอดไป ไม่ทิ้งกัน
เราจะมี กันและกัน ชั่วชีวิต
เป็นคู่คิด ร่วมทาง ร่วมสร้างฝัน
เราจะยืน หยัดอยู่ คู่เคียงกัน
จนถึงวัน พักผ่อน นอนสิ้นลม
มาบัดนี้ ความฝัน เป็นจริงบ้าง
มีช่องทาง เดินได้ ไม่ขื่นขม
ครอบครัวเรา ยืนอยู่ได้ ในสังคม
ไม่ต้องข่ม ใจฝืน กลืนน้ำตา
แต่แม่กลับ ดับขันธ์ ไปก่อนพ่อ
น้ำตาคลอ เอ่อไหล อาลัยหา
แม่ไปแล้ว ไปลับ ไม่กลับมา
สุดเหว่ว้า สุดกล้ำกลืน สุดฝืนทน
ขอวิญญาณ แม่ไปสู่ สุคติ
แม่ดำริ สิ่งใดไว้ ให้เป็นผล
ขอกุศล ผลบุญ หนุนบัลดล
เทพเบื้องบน ดลช่วย อำนวยพร
ให้วิญญาณ แม่ลอยล่อง สู่ท้องฟ้า
เป็นเทวา ในหมู่ชาว สาวอัปสร
สถิตอยู่ สรวงสวรรค์ นิรันดร
สาวอัปสร พาสนุก ทุกคืนวัน
พ่อกับลูก อยู่ข้างหลัง ขอตั้งจิต
น้อมอุทิศ กุศลไป ให้ไพศาล
ส่งถึงน้อง ผู้จากไป ให้เบิกบาน
แสนสำราญ เปี่ยมสุข ทุกคืนวัน
ถ้าตกทุกข์ ขอให้พ้น ไปจากทุกข์
ได้ถึงสุข ปรีดิ์เปรม เกษมสันต์
มีสุขแล้ว สุขยิ่งขึ้น ทุกคืนวัน
ตราบนิรันดร์ ในภพใหม่ ชาติใหม่เทอญ
ด้วยความรักและอาลัยยิ่ง
จาก..พ่อชำนาญ วงศ์หนองแซง ลูกหลาน และญาติพี่น้องทุกคน
…………………..
กลอนที่ 2
…………………
อาลัยแม่มาลี ยืนยันหลัก
ก่อนแต่งงาน เราฝัน ร่วมกันว่า
จะทำงาน หาเงินมา สร้างหลักฐาน
จะมีลูก สองคน หลังแต่งงาน
ร่วมกันสาน ถักทอ ก่อสร้างตัว
มีความสุข ตามประสา พ่อแม่ลูก
ร่วมทุกข์สุข ด้วยกัน ฉันท์เมียผัว
ถ้าชีวิต วันข้างหน้า มืดมิดมัว
จะดีชั่ว เข็ญใจ ไม่ทิ้งกัน
เราจะมี กันและกัน ชั่วชีวิต
เป็นคู่คิด ร่วมทาง ร่วมสร้างฝัน
เราจะยืน หยัดอยู่ คู่เคียงกัน
จนถึงวัน พลัดพราก ตายจากกัน
มาบัดนี้ ความฝัน เป็นจริงบ้าง
มีช่องทาง เดินได้ ดังใฝ่ฝัน
ครอบครัวเรา พอกินพอใช้ ไปวันวัน
เหมือนเพื่อนบ้าน คนอื่นเขา ในชุมชน
แต่บัดนี้ แม่ล่วงลับ ดับขันธ์แล้ว
ไร้วี่แวว หาไม่เห็น ทุกแห่งหน
ทางชืวิต ข้างหน้า สุดมืดมน
เพราะไร้คน ที่ฟันฝ่า มาด้วยกัน
ยิ่งคิดไป ใจหาย อาลัยรัก
สุดจะหัก ห้ามใจ ไม่โศกศัลย์
เพราะไม่อาจ ช่วยแม่ฟื้น คืนชีวัน
สุดจะกลั้น ใจฝืน กลืนน้ำตา
จึงกราบก้ม ประนมนึก อธิษฐาน
ขอวิญญาณ แม่สู่แคว้น แดนหรรษา
เกิดเป็นเทพ เสพสุข ทุกเวลา
มีนางฟ้า พาสนุก ทุกคืนวัน
พ่อกับลูก อยู่ข้างหลัง ขอตั้งจิต
น้อมอุทิศ กุศลไป ให้ไพศาล
ส่งถึงแม่ ผู้จากไป ให้เบิกบาน
แสนสำราญ เปี่ยมสุข ทุกคืนวัน
ถ้าตกทุกข์ ขอให้พ้น ไปจากทุกข์
ได้ถึงสุข ปรีดิ์เปรม เกษมสันต์
มีสุขแล้ว สุขยิ่งขึ้น ทุกคืนวัน
ตราบนิรันดร์ ในภพใหม่ ชาติใหม่เทอญ
ด้วยความรักและอาลัยยิ่ง
จาก..พ่อบุญถึง ยืนยันหลัก ลูกหลานและญาติพี่น้องทุกคน
…………………..
กลอนที่ 3
…………………
อาลัยแม่ทองสาย ยืนยันเซ
เราเคยฝัน ร่วมกัน ก่อนวันแต่ง
จะแสวง หาเงิน มาสร้างบ้าน
เราจะมี ลูกหลาน หลังแต่งงาน
ร่วมกันสาน ถักทอ ไม่ง้อใคร
มีความสุข ตามประสา พ่อแม่ลูก
ร่วมสุขทุกข์ ด้วยกัน ไม่หวั่นไหว
สัญญารัก ต่อกัน ว่าอย่างไร
จะยึดมั่น ตลอดไป ไม่ทิ้งกัน
เราจะมี กันและกัน ชั่วชีวิต
เป็นคู่คิด ร่วมทาง ร่วมสร้างฝัน
เราจะยืน หยัดอยู่ คู่เคียงกัน
จนถึงวัน พักผ่อน นอนสิ้นลม
มาบัดนี้ ความฝัน เป็นจริงบ้าง
มีช่องทาง เดินได้ ไม่ขื่นขม
ครอบครัวเรา ยืนอยู่ได้ ในสังคม
ไม่ต้องข่ม ใจฝืน กลืนน้ำตา
แต่แม่กลับ ดับขันธ์ ไปก่อนพ่อ
น้ำตาคลอ เอ่อไหล อาลัยหา
แม่ไปแล้ว ไปลับ ไม่กลับมา
สุดเหว่ว้า เปล่าเปลี่ยว อยู่เดียวดาย
รู้ดีว่า ความตาย เป็นธรรมชาติ
ไม่สามารถ ยืนหยัด ขัดขืนได้
ทุกคนเกิด มาแล้ว ก็ต้องตาย
แต่ไม่วาย กลั้นสะอื้น กลืนน้ำตา
จึงกราบก้ม ประณมนึก อธิษฐาน
ขอวิญญาณ แม่สู่แคว้น แดนหรรษา
เกิดเป็นเทพ เสพสุข ทุกเวลา
หวังชาติหน้า เกิดใหม่ ได้พบกัน
พ่อกับลูก อยู่ข้างหลัง ขอตั้งจิต
น้อมอุทิศ กุศลไป ให้ไพศาล
ส่งถึงแม่ ผู้จากไป ให้สำราญ
แสนเบิกบาน เปี่ยมสุข ทุกคืนวัน
ถ้าตกทุกข์ ขอให้พ้น ไปจากทุกข์
ได้ถึงสุข ปรีดิ์เปรม เกษมสันต์
มีสุขแล้ว สุขยิ่งขึ้น ทุกคืนวัน
ตราบนิรัน ในภพใหม่ ชาติใหม่เทอญ
ด้วยความรักและอาลัยยิ่ง
จาก..พ่อบุญลือ ยืนยังเซ ลูกหลานและญาติพี่น้องทุกคน
…………………….
กลอนที่ 4
…………………….
อาลัยแม่หมอเจนจิรา มกรานนท์
เราเคยฝัน ร่วมกัน เมื่อก่อนแต่ง
จะร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมไขว่คว้า
เงินทองอยู่ แห่งไหน ไปหามา
พัฒนา ครอบครัวให้ ไม่มืดมัว
มีความสุข ตามประสา พ่อแม่ลูก
มีสุขทุกข์ ร่วมกัน ฉันท์เมียผัว
อุปสรรค อื่นใด ไม่หวั่นกลัว
อนาคต มืดมัว ไม่ทิ้งกัน
เราจะมี กันและกัน ชั่วชีวิต
เป็นคู่คิด ร่วมทาง ร่วมสร้างฝัน
เราจะยืน หยัดอยู่ คู่เคียงกัน
จนถึงวัน พักผ่อน นอนสิ้นลม
มาบัดนี้ ฝันเรา เป็นจริงบ้าง
มีช่องทาง เดินได้ ไม่ขึ่นขม
ครอบครัวเรา ยืนอยู่ได้ ในสังคม
ไม่ต้องข่ม ใจฝืน กลืนน้ำตา
ลูกทุกคน ได้เข้าเรียน ฝึกเขียนอ่าน
มีการงาน สุขสมหวัง เป็นฝั่งฝา
ถึงลำบาก ขัดสน จนเงินตรา
แต่พึ่งพา กันได้ ไม่ทิ้งกัน
มาบัดนี้ แม่ล่วงลับ ดับขันธ์แล้ว
ไร้วี่แวว ได้พบแม่ แค่เพียงฝัน
ภาพที่เคย เคลียคลอ หยอกล้อกัน
ไม่มีวัน พลิกฟื้น กลับคืนมา
ขอเดชะ พระไตรรัตน์ บุญฤทธิ์
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทุกหนแห่ง ทั่วแหล่งหล้า
ทั้งกุศล ผลบุญ หนุนนำพา
เทพเทวา ดลช่วย อำนวยพร
ให้วิญญาณ แม่ล่อยล่อง สู่ท้องฟ้า
เป็นเทวา ในหมู่ชาว สาวอัปสร
สถิตอยู่ สรวงสวรรค์ นิรันดร
สาวอัปสร พาสนุก ทุกคืนวัน
พ่อกับลูก อยู่หลัง ขอตั้งจิต
น้อมอุทิศ กุศลไป ให้ไพศาล
ส่งถึงแม่ ผู้จากไป ให้เบิกบาน
แสนสำราญ เปี่ยมสุข ทุกคืนวัน
ถ้าตกทุกข์ ขอให้พ้น ไปจากทุกข์
ได้ถึงสุข ปรีดิ์เปรม เกษมสันต์
มีสุขแล้ว สุขยิ่งขึ้น ทุกคืนวัน
ตราบนิรัน ในภพใหม่ ชาติใหม่เทอญ
ด้วยความรักและอาลัยยิ่ง
จาก พ่อครูวสันต์ มกรานนท์ ลูกหลานและญาติพี่น้องทุกคน
…………………….
กลอนที่ 5
…………………….
อาลัยแม่ครูสมหมาย นารีรุ่ง
…………………………………...
เราเคยฝัน ร่วมกัน ก่อนวันแต่ง จะร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมไขว่คว้า
เงินทองอยู่ แห่งไหน ไปหามา พัฒนา ครอบครัวให้ หายมืดมัว
มีความสุข ตามประสา พ่อแม่ลูก ร่วมสุขทุกข์ ด้วยกัน ฉันท์เมียผัว
อุปสรรค อื่นใด ไม่หวั่นกลัว อนาคต มืดมัว ไม่ทิ้งกัน
เราจะมี กันและกัน ชั่วชีวิต เป็นคู่คิด ร่วมทาง ร่วมสร้างฝัน
เราจะยืน หยัดอยู่ คู่เคียงกัน จนถึงวัน พลัดพราก ตายจากกัน
มาบัดนี้ ความฝัน เป็นจริงบ้าง มีช่องทาง เดินได้ ดังใฝ่ฝัน
มีเพื่อนบ้าน มากมาย รักใคร่กัน พระอาจารย์ ยืนเป็นหลัก สอนมรรคา
ลูกทุกคน ได้เข้าเรียน ฝึกเขียนอ่าน จบได้งาน เงินดี ที่ใฝ่หา
สร้างครอบครัว แห่งรัก ไม่ร้างรา ต่างพึ่งพา อาศัย ไม่ทิ้งกัน
แต่แม่กลับ ดับขันธ์ ไปก่อนพ่อ เคยเคลียคลอ ต่อนี้เห็น เป็นเพียงฝัน
ภาพรักเก่า เลือนหาย ห่างไกลกัน สุดจะกลั้น ใจฝืน กลืนน้ำตา
ขอเดชะ พระไตรรัตน์ บุญฤทธิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทุกหนแห่ง ทั่วแหล่งหล้า
ทั้งกุศล ผลบุญ หนุนนำพา เทพเทวา ดลช่วย อำนวยพร
ให้วิญญาณ แม่ลอยล่อง สู่ท้องฟ้า เป็นเทวา ในหมู่ชาว สาวอัปสร
สถิตอยู่ สรวงสวรรค์ นิรันดร สาวอัปสร พาสนุก ทุกคืนวัน
พ่อกับลูก อยู่หลัง ขอตั้งจิต น้อมอุทิศ กุศลไป ให้ไพศาล
ส่งถึงแม่ ผู้จากไป ให้เบิกบาน แสนสำราญ เปี่ยมสุข ทุกคืนวัน
ถ้าตกทุกข์ ขอให้พ้น ไปจากทุกข์ ได้ถึงสุข ปรีดิ์เปรม เกษมสันต์
มีสุขแล้ว สุขยิ่งขึ้น ทุกคืนวัน ตราบนิรัน ในภพใหม่ ชาติใหม่เทอญ
ด้วยความรักและอาลัยยิ่ง
จาก พ่อครูสมจิต นารีรุ่ง ลูกหลานและญาติพี่น้องทุกคน
…………………….
กลอนที่ 6
…………………….
อาลัยแม่ครูมาลัย นารีเลิศ
…………………………..………………..
จากแดนดิน ถิ่นส่องดาว สาวไกลบ้าน มาทำงาน เป็นครู หมู่บ้านนี้
ถักทอรัก สร้างหลักฐาน มานานปี คุณสามี อยู่เคียงข้าง ไม่ร้างรา
มีครอบครัว รักสดใส ไม่แปรเปลี่ยน ส่งน้องเรียน ลูกถึงฝั่ง ดังปรารถนา
ครองเรือนรัก มาถึงซึ่ง วัยชรา ประหนึ่งว่า เพิ่งรักกัน ไม่ทันไร
ชีวิตแม่ วัยชรา ช่างน่าเศร้า เบาหวานเข้า โรมรัน สุดต้านไหว
ต้องกินยา หาหมอ รอความตาย ถึงสุดท้าย ต้องพลัดพราก จำจากกัน
พระคุณแม่ ยิ่งใหญ่ กว่าท้องฟ้า กว้างใหญ่กว่า มหาสมุทร สุดไขขาน
มากมายยิ่ง เกินกว่า จะประมาณ มากเกินการ จะเล่าครบ จบทุกอัน
รู้ดีว่า ความตาย เป็นธรรมชาติ ไม่สามารถ หนีตายได้ ดั่งใจฝัน
เกิดมาแล้ว ก็ต้องตาย วายชีวัน แต่สุดกลั้น สุดฝืน กลืนน้ำตา
ขอเดชะ พระไตรรัตน์ บุญฤทธิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทุกหนแห่ง ทั่วแหล่งหล้า
ขอกุศล ผลบุญ หนุนนำพา เทพเทวา ดลช่วย อำนวยพร
ให้วิญญาณ แม่ลอยล่อง สู่ท้องฟ้า เป็นเทวา ในหมู่ชาว สาวอัปสร
สถิตอยู่ สรวงสวรรค์ นิรันดร สาวอัปสร พาสนุก ทุกคืนวัน
พ่อกับลูก อยู่ข้างหลัง ขอตั้งจิต น้อมอุทิศ กุศลไป ให้ไพศาล
ส่งถึงแม่ ผู้จากไป ให้เบิกบาน แสนสำราญ เปี่ยมสุข ทุกคืนวัน
ถ้าตกทุกข์ ขอให้พ้น ไปจากทุกข์ ได้ถึงสุข ปรีดิ์เปรม เกษมสันต์
มีสุขแล้ว สุขยิ่งขึ้น ทุกคืนวัน ตราบนิรัน ในภพใหม่ ชาติใหม่เทอญ
ด้วยความรักและอาลัยยิ่ง
จาก..พ่อครูประมวล นารีเลิศ ลูกหลานและญาติพี่น้องทุกคน
………………………..
บทกลอนที่ 7
……………………..
อาลัยแม่ครูนุชดา ฝุ่นเงิน
เราสร้างฝัน ร่วมกัน ก่อนวันแต่ง จะแสวง หาทรัพย์ สร้างหลักฐาน
จะมีลูก หนึ่งคน หลังแต่งงาน ร่วมกันสาน ถักทอ ไม่ท้องาน
เราจะมี กันและกัน ชั่วชีวิต เป็นคู่คิด ร่วมทาง ร่วมสร้างฝัน
เราจะยืน หยัดอยู่ เคียงคู่กัน จนถึงวัน พักผ่อน นอนสิ้นลม
มาบัดนี้ ความฝัน เป็นจริงบ้าง มีช่องทาง เดินได้ ไม่ขื่นขม
ครอบครัวเรา ยืนอยู่ได้ ในสังคม ไม่ต้องข่ม ใจฝืน กลืนน้ำตา
แต่แม่กลับ ลับโลก ไปก่อนพ่อ น้ำตาคลอ เอ่อไหล อาลัยหา
แม่ไปแล้ว ไปลับ ไม่กลับมา แม่จากลา ไม่กลับคืน สุดฝืนทน
ต่อแต่นี้ พ่อไม่มี แม่เคียงข้าง ความอ้างว่าง ทับถมใจ ในทุกหน
ทางชีวิต ข้างหน้า สุดมืดมน เพราะไร้คน ที่ฟันฝ่า มาด้วยกัน
รู้ดีว่า ความตาย เป็นธรรมชาติ ไม่สามารถ หนึตายได้ ดั่งใจฝัน
ทุกชีวิต เกิดแล้วตาย วายชีวัน แต่สุดกลั้น สุดฝืน กลืนน้ำตา
จึงกราบก้ม ประณมนึก อธิษฐาน ขอวิญญาณ แม่สู่แคว้น แดนหรรษา
เกิดเป็นเทพ เสพสุข ทุกเวลา หวังชาติหน้า เกิดใหม่ ได้พบกัน
พ่อกับลูก อยู่ข้างหลัง ขอตั้งจิต น้อมอุทิศ กุศลไป ให้ไพศาล
ส่งถึงแม่ ผู้จากไป ให้เบิกบาน แสนสำราญ เปี่ยมสุข ทุกคืนวัน
ถ้าตกทุกข์ ขอให้พ้น ไปจากทุกข์ ได้ถึงสุข ปรีดิ์เปรม เกษมสันต์
มีสุขแล้ว สุขยิ่งขึ้น ทุกคืนวัน ตราบนิรัน ในภพใหม่ ชาติใหม่เทอญ
ด้วยความรักและอาลัยยิ่ง
จาก..พ่อครูณะฐะ ฝุ่นเงิน ลูกหลานและญาติพี่น้องทุกคน
…………………………
บทกลอนที่ 8
……………………..
อาลัยแม่ครูเพ็ญนภา เสมอใจ
เราสร้างฝัน ร่วมกัน ก่อนวันแต่ง จะแสวง หาทรัพย์ สร้างหลักฐาน
จะมีลูก สามคน หลังแต่งงาน ร่วมกันสาน ถักทอ ไม่ท้องาน
เราจะมี กันและกัน ชั่วชีวิต เป็นคู่คิด ร่วมทาง ร่วมสร้างฝัน
เราจะยืน หยัดอยู่ คู่เคียงกัน จนถึงวัน พักผ่อน นอนสิ้นลม
มาบัดนี้ ความฝัน เป็นจริงบ้าง มีช่องทาง เดินได้ ไม่ขื่นขม
ครอบครัวเรา ยืนอยู่ได้ ในสังคม ไม่ต้องข่ม ใจฝืน กลืนน้ำตา
แต่แม่กลับ ลับโลก ไปก่อนพ่อ น้ำตาคลอ เอ่อไหล อาลัยหา
แม่ไปแล้ว ไปลับ ไม่กลับมา แม่จากลา ไม่กลับคืน สุดฝืนทน
ต่อแต่นี้ พ่อไม่มี แม่เคียงข้าง ความอ้างว่าง ทับถมใจ ในทุกหน
ทางชีวิต ข้างหน้า สุดมืดมน เพราะไร้คน ที่ฟันฝ่า มาด้วยกัน
รู้ดีว่า ความตาย เป็นธรรมชาติ ไม่สามารถ หนีตายได้ ดั่งใจฝัน
เกิดมาแล้ว ก็ต้องตาย วายชีวัน แต่สุดกลั้น สุดฝืน กลืนน้ำตา
จึงกราบก้ม ประณมกร วิงวอนฟ้า เทพเทวา บนสวรรค์ แดนหรรษา
โปรดมารับ แม่กลับ ไปเทวา เสวยสุข บนชั้นฟ้า ให้แสนนาน
พ่อกับลูก อยู่ข้างหลัง ขอตั้งจิต น้อมอุทิศ กุศลไป ให้ไพศาล
ส่งถึงแม่ ผู้จากไป ให้เบิกบาน แสนสำราญ เปี่ยมสุข ทุกคืนวัน
ถ้าตกทุกข์ ขอให้พ้น ไปจากทุกข์ ได้ถึงสุข ปรีดิ์เปรม เกษมสันต์
มีสุขแล้ว สุขยิ่งขึ้น ทุกคืนวัน ตราบนิรัน ในภพใหม่ ชาติใหม่เทอญ
ด้วยความรักและอาลัยยิ่ง
จาก..พ่อครูสมาน เสมอใจ ลูกหลานและญาติพี่น้องทุกคน
………………………….
บทกลอนที่ 9
……………………..
อาลัยแม่หมอนุ่ม กมลวิสิทธิ์
เราสร้างฝัน ร่วมกัน ก่อนวันแต่ง จะแสวง หาทรัพย์ สร้างหลักฐาน
จะมีลูก หนึ่งคน หลังแต่งงาน ร่วมกันสาน ถักทอ ไม่ท้องาน
เราจะมี กันและกัน ชั่วชีวิต เป็นคู่คิด คู่สร้าง ร่วมทางฝัน
เราจะยืน หยัดอยู่ คู่เคียงกัน จนถึงวัน พักผ่อน นอนสิ้นลม
มาบัดนี้ ความฝัน เป็นจริงบ้าง มีช่องทาง เดินได้ ไม่ขื่นขม
ครอบครัวเรา ยืนอยู่ได้ ในสังคม ไม่ต้องข่ม ใจฝืน กลืนน้ำตา
แต่แม่กลับ ดับขันธ์ ไปก่อนพ่อ น้ำตาคลอ เอ่อไหล อาลัยหา
แม่ไปแล้ว ไปลับ ไม่กลับมา แม่จากลา ไม่กลับคืน สุดฝืนทน
ต่อแต่นี้ พ่อไม่มี แม่เคียงข้าง ความอ้างว่าง ทับถมใจ ในทุกหน
ทางชีวิต ข้างหน้า สุดมืดมน เพราะไร้คน ที่ฟันฝ่า มาด้วยกัน
รู้ดีว่า ความตาย เป็นธรรมชาติ ไม่สามารถ ลิขิตได้ ดั่งใจฝัน
เกิดมาแล้ว ก็ต้องตาย วายชีวัน แต่สุดกลั้น สุดฝืน กลืนน้ำตา
ขอเดชะ พระไตรรัตน์ บุญฤทธิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทุกหนแห่ง ทั่วแหล่งหล้า
ขอกุศล ผลบุญ หนุนนำพา เทพเทวา ดลช่วย อำนวยพร
.ให้วิญญาณ แม่ลอยล่อง สู่ท้องฟ้า เป็นเทวา ในหมู่ชาว สาวอัปสร
สถิตอยู่ สรวงสวรรค์ นิรันดร สาวอัปสร พาสนุก ทุกคืนวัน
พ่อกับลูก อยู่ข้างหลัง ขอตั้งจิต น้อมอุทิศ กุศลไป ให้ไพศาล
ส่งถึงแม่ ผู้จากไป ให้เบิกบาน แสนสำราญ เปี่ยมสุข ทุกคืนวัน
ถ้าตกทุกข์ ขอให้พ้น ไปจากทุกข์ ได้ถึงสุข ปรีดิ์เปรม เกษมสันต์
มีสุขแล้ว สุขยิ่งขึ้น ทุกคืนวัน ตราบนิรัน ในภพใหม่ ชาติใหม่เทอญ
ด้วยความรักและอาลัยยิ่ง
จาก..พ่อชูธง กมลวิสิทธิ์ ลูกหลานและญาติพี่น้องทุกคน
……………………….
บทกลอนที่ 10
……………………..
อาลัยแม่กัลยา ทิวไผ่งาม
เราหอบฝัน มารวมกัน ในวันแต่ง หวังร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมไขว่คว้า
ทรัพย์อยู่ไหน ไปแสวง แบ่งปันมา ช่วยกันหา ช่วยกันก่อ ไม่ท้องาน
เราจะมี กันและกัน ชั่วชีวิต เป็นคู่คิด ร่วมทาง ร่วมสร้างฝัน
เราจะยืน หยัดอยู่ คู่เคียงกัน จนถึงวัน สุดท้าย ตายจากกัน
หลายปีผ่าน ฝันเรา เป็นจริงบ้าง มีช่องทาง เดินได้ ดังใฝ่ฝัน
ครอบครัวเรา อยู่เป็นสุข ทุกคืนวัน เหมือนเพื่อนบ้าน คนอื่นเขา ในชุมชน
มาบัดนี้ แม่ล่วงลับ ดับขันธ์แล้ว ไร้วี่แวว หาไม่เห็น ทุกแห่งหน
ทางชีวิต ข้างหน้า สุดมืดมน เพราะไร้คน ที่ฟันฝ่า มาด้วยกัน
จากนี้ไป พ่อไม่มี แม่เคียงข้าง มีช่องทาง ได้พบเห็น เป็นเพียงฝัน
ไม่มีวัน ได้พบหน้า พูดจากัน แม้ความฝัน ก็เลือนราง ห่างหายไป
รู้ดีว่า ความตาย เป็นธรรมชาติ ไม่มีใคร สามารถ ขัดขืนได้
ทุกคนเกิด มาแล้ว ก็ต้องตาย แต่ไม่วาย กลั้นสะอื้น กลืนน้ำตา
ขอเดชะ พระไตรรัตน์ บุญฤทธิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทุกหนแห่ง ทั่วแหล่งหล้า
ทั้งกุศล ผลบุญ หนุนนำพา เทพเทวา ดลช่วย อำนวยพร
ให้วิญญาณ แม่ลอยล่อง สู่ท้องฟ้า เป็นเทวา ในหมู่ชาว สาวอัปสร
สถิตอยู่ สรวงสวรรค์ นิรันดร สาวอัปสร พาสนุก ทุกคืนวัน
ถ้าตกทุกข์ ขอให้พ้น ไปจากทุกข์ ได้ถึงสุข ปรีดิ์เปรม เกษมสันต์
มีสุขแล้ว สุขยิ่งขึ้น ทุกคืนวัน ตราบนิรัน ในภพใหม่ ชาติใหม่เทอญ
ด้วยความรักและอาลัยยิ่ง
จาก..พ่อคำดี ทิวไผ่งาม ลูกหลานและญาติพี่น้องทุกคน